การแพทย์แผนจีนในประเทศไทย
การแพทย์แผนจีน หมายถึง
การแพทย์แผนโบราณของชาวฮั่นซึ่งเป็นการแพทย์ที่มีประวัติศาสตร์การรักษาในชาวจีนยาวนานมากว่า
5,000 ปี โดยมีองค์ประกอบหลักคือ การวินิจฉัยหรือการบอกโรค
การรักษาด้วยการฝังเข็ม การใช้ยาสมุนไพร การนวดทุยนา ชี่กง และอาหารที่เป็นยา
การแพทย์แผนโบราณจีนกําเนิดขึ้นโดยชนเผ่าที่อาศัยบริเวณแถบแม่น้ำเหลืองของจีน
มีการคิดค้นทฤษฏีและพัฒนาเพิ่มขึ้นในแต่ละยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง
จนเกิดแพทย์จีนที่มีชื่อเสียงจํานวนมาก
และเกิดสํานักแพทย์และตําราแพทยศาสตร์ที่สําคัญจํานวนมากมาย
การแพทย์แผนจีนในไทย
การแพทย์แผนจีนศาสตร์การแพทย์ที่พัฒนามาจากประสบการณ์การรักษาหรือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
ของชาวจีนที่สะสมกันมานานหลายพันปีนั้น
ได้เข้ามามีบทบาทร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทยในการดูแลสุขภาพของคนไทยโดยเข้ามาพร้อมคนจีนที่อพยพมาในประเทศไทยตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย
มีหลักฐานที่ใช้อ้างอิง ดังนี้
- ความคล้ายคลึงกันระหว่างการแพทย์ล้านนาและการแพทย์แผนไต
ซึ่งเป็นการแพทย์พื้นบ้านของชนเผ่าไตในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน
สาธารณรัฐประชาชนจีน
- คัมภีร์โอสถพระนารายณ์ซึ่งได้รวบรวมตำรับยาที่ใช้ในวังหลวงของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อ
400 ปีเศษที่ผ่านมา
ปรากฏมีตำรับยาจีนบรรจุอยู่ในคัมภีร์ดังกล่าว
- โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ
บนถนนเยาวราช กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการการแพทย์แผนจีน ตั้งแต่ พ.ศ. 2446 จนปัจจุบันมีอายุ 114 ปี
- ห้างขายยาไต้อันตึ๊งซึ่งเป็นร้านขายยาจีนที่เปิดดำเนินการบนถนนวานิช
กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ พ.ศ.2449 จนปัจจุบันมีอายุ 111 ปี
- สมาคมแพทย์จีนในประเทศไทยที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2468 จนปัจจุบันมีอายุ 98 ปี
- ได้พบหลักฐานแพทย์จีนซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ
สาขาบำบัดโรคทางยา ชั้น 2เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2473
กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมการแพทย์
ได้จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือการแพทย์ไทย-จีน
เป็นหน่วยงานระดับกองเป็นการภายใน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้ได้คุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสม
เพื่อเป็นการแพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพของคนไทยร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทยและเป็นหน่วยประสานความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนของกระทรวงสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ
โดยมีนายแพทย์ชวลิต
สันติกิจรุ่งเรืองเป็นผู้อำนวยการคนแรก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น